วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562

REVIEW สุดยอดไพรเมอร์คุมมัน ลดรูขุมขนตัวใหม่จาก YSL Top Secrets Instant Matte Pore Refiner


วันนี้ขวันมีไพรเมอร์ตัวใหม่ที่น่าสนใจจาก
YSL ซึ่งเค้าเคลมว่านอกจากจะช่วยเบลอรูขุมขนและทำให้หน้ามันช้าลงแล้ว
ยังทำให้รูขุมขนดูเล็กลง เมื่อใช้ต่อเนื่องประมาณ1เดือนอีกด้วย

เพราะเค้าใส่ส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid มาอ่อนๆด้วย 
ทำให้ลดการอุดตันของน้ำมันในรูขุมขนค่ะ

นั่นก็คือตัวนี้เลยยยย

Top Secrets Instant Matte Pore Refiner

และบอกเลยว่ายิ่งใช้คู่กับรองพื้นตัวเด็ด ยืนหนึ่งเรื่องติดทนคุมมันอย่าง All Hours แล้ว
ถือว่าเป็นคู่ที่เหมาะสำหรับอากาศร้อนๆ หน้ามันๆตอนนี้อย่างยิ่ง!

ซึ่งตัวรองพื้นคงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะขนาดขวันทาไปว่ายน้ำ ยังไม่หลุดเลยจ้า

เอาเป็นว่าเรามาดูตัวไพรเมอร์กันเน้นๆเลยดีกว่า

ไพรเมอร์ขนาด 30ml ราคา 2,100 บาท

แพคเกจจิ้งสวยงามตามท้องเรื่อง สไตล์ YSL


โดยเค้าบอกว่าไพรเมอร์เป็นเนื้อครีมบางเบา พอได้ลองจริงก็เอออออ บางเบาจริงๆ
มันเหมือนเราทำสกินแคร์ที่ช่วยคุมมัน มากกว่าการทาไพรเมอร์หนาๆนะ

ในส่วนของกลิ่น ก็เป็นกลิ่นหอมกลิ่นเดียวกับตระกูล Top Secret เลย คือหอมหวาน ฟรุ้ตตี้แบบเซกซี่เล็กๆนะ 


ซึ่งไพรเมอร์ตัวนี้จะต่างจากที่ขวันเคยลองมานิดหน่อย เพราะเนื้อเค้าเหลว และรู้สึกเย็นๆผิวด้วย
และด้วยความเกลี่ยง่าย ลื่น ทำให้เราเกลี่ยไปได้ทั่วแก้ม โดยที่ไพรเมอร์ยังไม่เซทตัวเป็นก้อน

นึกฟีลไพรเมอร์เนื้อหนาๆที่แห้งไวไหม? ถ้าเราเกลี่ยไม่ไวจะเป็นคราบ

ตัวนี้เกลี่ยไปเลยย เพราะจะมีเวลาเซทตัวนิดนึง ก่อนที่จะแห้งกลายเป็นเนื้อแมทท์ แนบยึดติดกับผิว
โดยที่เรายังขยับหน้าได้แล้วยังสบายผิว เหมือนไม่มีอะไรเคลือบเท่าไหร่


ช่วงที่ได้เอามาลอง บอกเลยว่าเป็นการท้าทายไพรเมอร์มาก เพราะหน้าอ่อนแอจากประจำเดือนมา
ผิวแต่งหน้าไม่ค่อยติด มันกว่าปกติ และรูขุมขนกว้างด้วย

เอาซี้ 55555555 แต่ไพรเมอร์ก็ยังช่วยชีวิตขวันได้อยู่ จะเห็นว่าสีผิวสว่างขึ้น เนียนเรียบมากขึ้น
ความเงาบนผิวจากความมันดูแมทท์ขึ้น รูขุมขนก็ยังดูตื้นขึ้นด้วย

แต่มันก็ไม่เชิงว่าถมได้เต็มหมดนะ ส่วนตัวก็ยังไม่เคยเจอไพรเมอร์ตัวไหนถมรูขุมขนได้เต็มเลย



เเละเพื่อเป็นการพิสูจน์แบบจะจะไปเลย
หน้าฝั่งนึงทาไพรเมอร์ Top Secrets Instant Matte Pore Refiner อีกฝั่งขวันไม่ทาค่ะ

เเต่ทั้งสองฝั่งก็ทารองพื้นตัว All Hours เช่นเดียวกันนะคะ ขวันใช้สี BD20 ค่ะ


จะบอกว่าตอนลงรองพื้น ขวันกลัวว่าถ้าหน้าแมทท์มาก รองพื้นจะไม่ยึดเกาะกับผิว
ลองนึกถึงผิวที่ลื่นแห้งนะ รองพื้นมันจะไม่ค่อยเกาะผิว แต่ไพรเมอร์ตัวนี้ทำได้ดีเลย
คือยังทำให้รองพื้นเกลี่ยง่าย แต่ดูแนบสนิทกับผิวอยู่ ไม่ได้ดูแยกชั้นออกจากกันนะ ดูเนียนสม่ำเสมอกันไปเลย 

ค่อนข้างประทับใจจุดเล็กๆจุดนี้ ที่ไพรเมอร์ตัวนี้ทำได้ด้วย


อ่ะ หลังจากผ่านไป 5 ชั่วโมงค่ะคุณผู้โชมมมมมมมมม
แทบไม่ต้องอธิายเนอะ รูปมันคงบอกได้หมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

หน้าฝั่งที่ใช้Top Secrets Instant Matte Pore Refiner ยังดูแมทท์อยู่เลย แต่อีกฝั่งความมันเริ่มมาเยือนแล้วจ้า ผิวเริ่มเงาสะท้อนแสงแล้วนะ แต่ด้วยอานุภาพของ รองพื้น All Hours ทำให้ 5ชั่วโมง หน้ายังไม่เยิ้มเท่าไหร่ จากปกติถ้าขวันทารองพื้นตัวอื่น มันจะมีน้ำมันออกมามากกว่านี้นะคะ ยิ่งช่วงนี้ผิวไม่ค่อยดีด้วย ถือว่ารองพื้นก็ทำได้ดีเช่นเดียวกันนะ สำหรับด้านที่ไม่ได้ทาไพรเมอร์


ผ่านไปเกือบครึ่งวัน 11 ชั่วโมง
หน้าฝั่งที่ทา Top Secrets Instant Matte Pore Refiner มีความมันออกมาน้า
ถ้าไม่มีเลยคงจะกลัวอ่ะ 5555555 นี่ชั้นโบกอะไรไป ทำไมหน้ายังไม่มัน

เอาเป็นว่าหน้าก็มันแหละ แต่น้อยกว่าอีกข้างเยอะ

อีกข้างที่ไม่ได้ทา นอกจากผิวจะมันกว่าแล้ว ยังดูโทรมกว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด
ผิวดูเหนื่อย ดูอ่อนแรง ดูขรุขระไม่เรียบเนียน T T (ก็ต้องโทษผิวตัวเองช่วงนี้ด้วย)

ถ้ารูปนี้ยังดูไม่ชัดพอ

เราซูมให้ได้จ้าาา ไม่มีอะไรจะปกปิด 5555


ข้างขวาคือนอกจากจะมันกว่าแล้ว รูยังบานสะพรั่งกว่าอีกฝั่งที่ทา Top Secrets Instant Matte Pore Refiner มากจ้าา อย่าไปสนใจสิวประจำเดือนขวันเลยนะ ถือว่าขอ 555555555 

สรุป

การคุมมัน 9/10
ปิดรูขุมขน 7/10
ความแห้งตึง 3/10
เบาสบายผิว 9/10
ทำให้รองพื้นติดทนขึ้น 9/10 

คะแนนตามนี้เลยยยยย ความแห้งตึงนี่คือน้อยมาก สบายผิวเลยแหล่ะ



ถ้าถามความคุ้มค่าสำหรับ 3oml 2,100 บาท

สำหรับขวันมันน่าจะใช้ได้นานนนนนนมากกกกกกก คงจะหมดอายุก่อนเราใช้หมดด้วยซ้ำ
เพราะใช้ครั้งนึงไม่เยอะเลยค่ะ 

เราแต้มเฉพาะหน้าแก้มได้ หรือถ้าใครทาทั้งหน้า ขวันว่าก็ใช้ได้นานมากอยู่ดี
เพราะหลอดนี้ก็เท่ากับปริมาณรองพื้นขวดนึงเลยนะ 

ใครที่สนใจก็ไปหาซื้อกันได้แล้วจ้า
ที่เคาน์เตอร์ YSL 
หรือทางออนไลน์


ราคา 2,100 บาท 
ขนาด 30 ml 

วันนี้ก็มารีวิวเพียงเท่านี้จ้าาา

บ๊ายบายยยย :D 

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

MizuMi เจลแต้มสิวเปปไทด์ยุบไวแบบซอง 49 บาท


ไม่น่าเชื่อว่าจากการที่เราเห็นแบรนด์
MizuMi มานานหลายปี จากกันแดด สู่ที่ล้างเครื่องสำอาง ไปน้ำตบ
จนวันนี้มี เจลแต้มสิวแบบซองแล้ว!

นี่เป็นครั้งเเรกเลยที่ขวันเห็นมิซูมิ ทำแบบซอง
ถ้ามิซูมิทำ ขวันเชื่อเลยว่าต้องดี อ่อนโยน เห็นผลแน่ๆ 


เเละหาซื้อง่ายมาก เพราะขวันเห็นมีขายที่ 7/11 แล้วเน้อ 49  บาทเท่านั้น


เป็นรูปตัวการ์ตูนสีฟ้าน่ารัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้แบรนด์ดูเด็กน้อย หรือน่าใช้น้อยลงเลย


เจลเเต้มสิวนี้ เปิดแล้วเก็บไว้ใช้งานได้สบายมาก เพราะหัวเปิดปิดเค้าสามารถปิดได้แน่นสนิทดีมาก

เรามาดูเนื้อเจลแต้มสิวกันบ้าง 


เจลบางใสได้สารสกัดจาก
Oligopeptide-10 อะมิโนเปปไท์สกัดจากพืช ทำงานเลียนแบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียสิว โดยสารตัวนี้จะช่วยลดการอักเสบได้อย่างดี ทางแบรนด์เคลมว่าสามารถลดการอักเสบของสิวได้ภายใน 24 ชั่วโมง และยังมีวิตามินบี 3 และสารสกัดจากชะเอมเทศ ที่ช่วยลดรอยดำจากแผลเป็นสิวและช่วยสมานแผลได้ดีด้วย

สูตรนี้ยังอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว ปราศจากน้ำหอม 
น้ำมัน พาราเบน แอลกอฮอล์ และสีสังเคราะห์ด้วยค่ะ



เนื้อเจลนี้พอทาลงไปมันสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ค่อนข้างไว
และไม่ได้ทิ้งคราบบนผิวเลย เราสามารถแต่งหน้าได้โดยที่เมคอัพของเราไม่เป็นคราบและไม่หลุด 

มาดูผลลัพธ์การใช้ของขวันกันบ้างเนอะ

 วิธีการใช้ของขวันคือการเจาะเอาหนองออกนะคะ เเล้วโบกยาแต้มสิวลงไปหนาๆ และในวันเเรกพยายามทาซ้ำให้ได้ 2-3 รอบต่อวัน (ล้างหน้าสะอาด มือสะอาดก่อนน้า)

จะเห็นว่ามันลดการอักเสบได้ไวมากกกกกกก เพราะมันยุบลงไปค่อนข้างเยอะเลย เเละหลังจากการทาบ่อยๆ ติดต่อกัน 5 วัน จะเห็นว่าเนื้อผิวไม่ลอก ไม่แห้งเลย บริเวณสิวดูปกติดีมาก จะมีแค่รอยแดงจากการเป็นสิวที่ยังชัดอยู่ แต่คิดว่าน่าจะอีกซัก 2 อาทิตย์รอยแดงนี้น่าจะจางหายไป ส่วนนึงเพราะขวันเป็นคนผิวขาวและผิวบางมาก จึงเห็นรอยแดงได้ค่อนข้างชัดเลย 

สรุปคือเจลเเต้มสิวเปปไทด์ของ MizuMi นี้ใช้ได้ผลดีเลย ในการลดการอักเสบ บวม แดง แนะนำให้ทำควบคู่กับล้างหน้าให้สะอาด เเละถ้าเห็นว่ามีหนองควรเจาะออกจะหายไวน้า  และด้วยสูตรนี้
  จะช่วยให้ สิวขึ้นใหม่น้อยลง ด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล ที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของ P.Acne  และลดการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันด้วยน้า

   อ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว ปราศจากน้ำหอม น้ำมัน พาราเบน แอลกอฮอล์ และสีสังเคราะห์

รวมๆ ขวันขอให้คะแนนเจลแต้มสิว MizuMi ตามนี้เลย
  • เนื้อสัมผัส 10/10
  • การลดอักเสบสิว 8/10
  • ความไวในการยุบของสิว 9/10
  • ความอ่อนโยน 10/10


ใครสนใจก็ไปหาซื้อได้แล้วที่ 7/11 ราคา 49 บาทน้าาา

บล็อคนี้ขวันก็ลาไปก่อนบ๊ายบาย





วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ครีมอาบน้ำเขม ผิวนุ่มหอมอย่างมีระดับเหมือนอาบน้ำในสปาสุดหรู

สวัสดีค่าทุกคนน 
ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ ปกติขวันจะสิงอยู่แต่ใน Instagram 

วันนี้ฤกษ์งามยามดี
ได้สินค้าน่าใช้มาจากแบรนด์

KHEM
อ่านว่า เขม 

โดยผลิตภัณฑ์ของเขานั้นเ ป็นครีมอาบน้ำที่เน้นความเป็นไทยด้วยแพ็คเก็จ สี ลวดลาย การออกแบบหรือแม้กระทั่งกลิ่น โดย concept ของแบรนด์นี้ทำขึ้นเพื่อคนที่มีปัญหาผิวแห้งและแพ้ง่าย โดยคัดสรรวัตถุดิบจาก ดอกไม้หายากจำนวน 9 ชนิด ผสมกับน้ำมันธรรมชาติอย่าง
Inca Inchi Oil, Macadamia Nut oil และ Rice bran oil
เพื่อบำรุงให้ผิวนุ่มชุมชื่นและลดโอกาสในการแพ้

บอกเลยว่าตอนแรกที่ได้มาไม่คิดว่าเป็นแบรนด์ไทยด้วยซ้ำ เพราะกล่องสวยมากดูดีมากกก
โดยกล่องนี้นะคะ ก็จะเป็นเซ็ตของขวัญแหละ โดยภายในก็จะมีครีมอาบน้ำทั้งหมด 3 สูตรและผ้าขนหนูปักลายเขม  


โดยชื่อ เขม แปลว่า"ความสุขใจ" และสัญลักษณ์ ก็จะเป็นสัญลักษณ์ประจำยาม ซึ่งเป็นลวดลายจักสานแบบไทยที่มีประวัติอันยาวนาน 


 โดยในเซตที่ขวัญได้มาจะมีครีมอาบน้ำทั้งหมด 3 สูตรค่ะ 
คือ

 เนื้อครีมอาบน้ำนุ่มมากกก เหมือนครีมทาผิวเลยด้วย ตอนแรกนึกว่าอ่านผิด 5555555
ฟองเยอะกำลังดี อาบแล้วไม่ทำให้ผิวแห้งตึงเลย สบายผิวมากก


  1. Realaxing & Soothing  กลิ่นจะหอมตะไคร้ ช่วยให้ผ่อนคลาย
  2. Whitening & Illuminating กลิ่นดอกไม้ สดชื่น  มีกลิ่นแป้งนิดๆ
  3. Firming & Hydrating กลิ่นดอกไม้หอมหวาน กระปรี้กระเปร่า
จุดเด่น 
นอกจากจะทำให้ผิวชุ่มชื้นแล้ว สำหรับใครที่ต้องเจอกับมลภาวะ นั่งห้องแอร์ โดนแดดเผา หรือมีอาการคันจากผืนแพ้  ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ สามารถช่วยลดอาการคันจากผื่นแพ้ และช่วยเรื่องสิวที่หลังได้ มีสารยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า มีโอเมก้า 6 ช่วยให้ผิว เต่งตึง เปล่งปลั่ง ชะลอริ้วรอยได้ด้วย เป็นมากกว่าแค่ครีมอาบน้ำให้ชุ่มชื้นหรือกลิ่นหอมทั่วไปเลย  



ที่สำคัญแบรนด์ เขม ไม่มีการใช้สารเคมีที่ส่งผลเสียต่อผิวคุณในระยะยาว เช่น SLS, SLES, Paraben, Sulfate, Silicone, Colorant, PEG ด้วยน้า หมดกังวลเรื่องสารเคมีต่างๆได้เลยค่ะ 


แม่ขวันชอบกลิ่น
Realaxing & Soothing มากก เพราะใช้แล้วมันมีกลิ่นหอมตะไคร้ โล่งจมูกค่ะ

ส่วนขวันไม่ต้องเดา ชอบกลิ่นดอกไม้หอมๆค่า ติดผิวดีด้วย 

ขวันชอบที่สามารถบิดหัวปั๊มเก็บได้ด้วยนะ หมุนลงล้อคกันหกเลอะเทอะได้ค่ะ 
หัวปั๊มยาวพอที่จะปั๊ม 1 ครั้ง ใช้ได้ทั้งตัวเลย 


ใครที่สนใจซื้อแบบเซทของขวัญ Khem Natural Shower Cream Box Set (Limited Edition)  
ราคาเซ็ตละ 2,670 บาท หรือซื้อกลิ่นที่ชอบในราคาขวดละ 890 บาท
บรรจุในกล่องสวย มีผ้าขนหนูปักลายเเบรนด์ และมีครีมอาบน้ำ 3 กลิ่น


 ก็สามารถไปหาซื้อได้ที่ 

- แฟนเพจ : https://www.facebook.com/KHEMcorp/
- Line : @khemcorp
- เว็บไซต์ eCommerce ชั้นนำ เช่น www.beautynista.com, www.jd.co.th, www.lazada.co.th, www.shopee.co.th, www.11street.co.th


สำหรับบล๊อกนี้ขวันก็ขอจบเพียงเท่านี้น้า เจอกันใหม่ค่าา บ๊ายบาย

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561

Vit C 10% สูตรอ่อนโยนและสเถียร ในราคาหลักร้อยจาก Cutepress



ปัจจุบันทุกคนน่าจะรู้จักข้อดีของ
Vitamin C ในรูปแบบสกินแคร์ดีเนาะ

ไม่ว่าจะเป็น ลดเลือนริ้วรอย ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ต่อต้านอนุมูลอิสระ

แต่ต้องขอบอกเลยว่า วิตามินซีดีๆ ที่สเถียร และใส่มาเยอะๆนั้น ค่อนข้างมีราคาสูง
ยิ่ง % เยอะ ยิ่งช่วยได้หลายอย่างมากขึ้น และเห็นผลได้ดีขึ้น

เราจึงมักจะเห็นวิตซีเปอร์เซนสูงๆ เกิน 5% ขึ้นไป ในราคาแพง 

อาจจะหลักร้อยปลายๆ ไปจนถึง 3-5 พันบาทเลยทีเดียว

แต่วันนี้ขวันมาแนะนำวิตซีตัวนึงที่

- สเถียร
- ใส่มา 10%
- คาดหวังผลได้
- ราคาถูกด้วย

นั่นก็คือแบรนด์

cutepress 

นั่นเองงงง เซทนี้เลยยย 


จุดเด่นของวิตซีรุ่นนี้คือทางแบรนด์ไม่ได้สักแต่ใส่ๆวิตซีมา แล้วมาเคลมว่า ชั้นมีวิตซีนะ ทาเเล้วผิวกระจ่างใส 

แต่ทางแบรนด์ได้ใช้วิตซีคุณภาพดี ที่มีความทันสมัย เอาง่ายๆว่าวิตซีรุ่นเก่าๆ จะต้องใส่ในแพคเกจทึบแสง เพราะมันสลายง่าย และไม่สเถียร 

แต่วิตซีที่ทาง cute press ใส่มานั้นเป็นวิตซี Ascorbyl Glucoside
ที่ละลายในน้ำได้ดี ทนต่อความร้อน (ทาออกแดดได้จ้า)

และยังมีสารบำรุงดีๆเยอะ ที่ถูกใส่มาในผลิตภัณฑ์เช่น
Niacinamide , Ceramind , Collagen




โดยสินค้าเค้ามีออกมาทั้งหมด 3 ตัว ให้ทุกคนเลือกใช้กัน
หรือจะใช้ทั้งหมดเลย ก็ได้ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดนมีลำดับการใช้ดังนี้
เริ่มจากน้ำใสๆ อย่าง

Super Strength Vitamin C Essence Lotion


เรียกง่ายๆว่าตัวโลชั่นแล้วกันน้า


จะเห็นจากส่วนผสมว่าตัวนี้ใส่
Ascorbyl Glucoside  มาเป็นอันดับต้นๆเลยเด้ออออ 


โดยที่เนื้อโลชั่นจะค่อนข้างหนืด ดึ๋งๆนิดนึง ไม่ได้เหลวไปเลยแบบน้ำใสๆขนาดนั้น
การทาแล้วนวดสักพักจะรู้สึกว่ามันเป็นสีขาวๆขึ้นมา

ตอนแรกขวันตกใจ คิดว่ามันไม่ซึมหรืออะไร จนทางแบรนด์ได้มาบอกว่ามันแตกตัวเป็นน้ำนม
เลยสบายใจไปหน่อย  ส่วนเนื้อโลชั่นค่อนข้างมีความเข้มข้นนิดนึง

แต่ด้วยส่วนผสม เนื้อสัมผัสที่ลื่นนุ่ม มีน้ำหอมน้อยมากกก (อยู่ในลำดับสุดท้าย) ขวันว่ามันน่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบบำรุงอะไรเยอะๆ และอยากหาอะไรชุ่มชื้นมาใช้เป็นขั้นตอนแรกของการเตรียมผิว
ตัวนี้น่าจะเหมาะเลย เพราะได้เรื่องกระจ่างใสเข้ามาด้วย

มาดูขั้นตอนที่2เลย

Super Strength Vitamin C Essence Serum



ตัวนี้เป็นเหมือนตัวเข้มข้น ชูโรงเลยจ้า เพราะนางเป็น Booster มี Vitamin C  มากถึง 10%
แบรนด์เคลมว่าตัวนี้เป็นตัวที่ให้ประสิทธิภาพสูง เห็นผลใน 7 วัน 
เเละเป็นเนื้อเซรั่มเข้มข้นเลย

มี 2 ไซส์ให้เลือกด้วยน้า น่ารักมากๆๆ ส่วนตัวขวันชอบไซส์เล็กนะ มันพกง่ายดี


ในส่วนของเนื้อสัมผัสนั้น


เนื้อเซรั่มข้นๆ สีขาว แนะนำว่าให้ทาเริ่มจากน้อยๆ แล้วค่อยทาให้มันซึมลงไป
เเล้วถ้ารู้สึกว่าไม่พอ ค่อยเพิ่มปริมาณเอา เพราะส่วนตัวขวันลองทาทีละเยอะๆเเล้วมันเป็นแบบในรูป
ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร แต่แค่ขวันทาแล้วไม่ชอบให้มันเป็นขาวๆ มันจะรู้สึกเหมือนมันไม่ซึมอะ(เเต่จริงๆมันซึมนะ) 55555

ส่วนตัวชอบตัวนี้นะ แต่ยังไม่ชอบเท่าตัวสุดท้ายที่จะพูดถึง

Super Strength Vitamin C Brightening Moist Gel


ถึงแม้ตัวนี้จะไม่ได้มีวิตซีเจ้มจ้นมากเท่าตัวเซรั่ม ที่มีถึง 10% แต่เป็นตัวที่ขวันชอบฟีลลิ่งตอนทามากที่สุด
เพราะนางเป็นแบบ Moist Gel ที่เน้นให้การชุ่มชื้นด้วย Ceramind และ Niacinamide 


ในส่วนของเนื้อสัมผัสที่ชอบจะเป็นเจลขุ่นๆแบบนี้

ทาไปแล้วจะรู้สึกว่ามันหนานุ่ม ลื่นมากกก เคลือบผิวไว้บางๆด้วย
เพื่อป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกจากผิวในตอนกลางวัน หรือกลางคืนที่เราทาแล้วนอน

ที่สุดคัญที่สุดคือฟีลลิ่งเบาสบาย และไม่เหนอะหนะเลย สามารถนอนได้สบายๆโดยที่หน้าไม่เหนอะติดหมอนเลยจ้า 

โบกหนาๆเป็น Sleeping Mask ได้ด้วยน้า ชอบมากกก ยิ่งแช่เย็นยิ่งฟินน

แต่บอกเลยว่าถ้าแช่ รูขุมขนจะกระชับ ผิวจะหดตัวลง อาจทำให้การซึมของสกินแคร์ยากขึ้นนิด
แต่สามารถทำได้ เพื่อให้ได้ฟีลลิ่งสดชืนนนน ขวันก็ชอบนะ 555555 


สุดท้ายแล้วเราอยากจะบอกว่า ชอบเจลมากจริงๆ
ตอนนี้ใช้บ่อยมากๆ เกือบทุกวันเลย ถ้าไม่ลืม 555555 เพราะตอนนี้รู้สึกว่าหน้าคล้ำขึ้น
ก็คงจะหวังให้ cutepress ตัวนี้ช่วยแหล่ะ

เบื้องต้นใช้มา 7 วันแล้ว
ยังไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงมาก เพราะขวันก็ไม่ได้คล้ำขนาดนั้น แต่เดี๋ยวจะรอดูในเรื่องของจุดด่างดำบนหน้า ว่ามันทำได้ขนาดไหน

นับว่าเป็นสกินแคร์ที่เน้นเรื่องกระจ่างใส ส่วนผสมดีเริ่ด ในราคาที่ไม่น่าจะทำได้อะ

ใครผ่านไปผ่านมาร้าน cutepress ก็ไปลองเนื้อสัมผัสกันได้น้า

บ๊ายบายค่า



Blackmores ในรูปแบบครีมทาผิว และคอลลาเจนแบบดื่ม!


หลายๆคนน่าจะรู้จัก Blackmores 
ในฐานะแบรนด์ผิลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในรูปแบบของเม็ดแคปซูลบรรจุขวดเนอะ

แต่วันนี้ Blackmores เค้ามาในรูปแบบของสกินแคร์ทาผิวหน้า 
และคอลลาเจลแบบยกดื่มเก๋ๆแล้วจ้าาา

โดยยังคงคงคอนเซปต์บำรุงผิว บำรุงร่ายกาย โดยผ่านการคิดค้น 
ผ่านการทดลองโดยแพทย์มาอย่างดีเหมือนเดิม

เรามาดูกันว่ามีอะไรใหม่บ้างงง



โดยแบบเนื้อครีมมีทั้งหมด 4 สูตร

 1.Blackmores Natural Vitamin E Cream Lanolin
2.Blackmores Natural Vitamin E Cream Firm & Smooth Skin
3.Blackmores Natural Vitamin E Cream Skin Bright
4.Blackmores Natural Vitamin E Cream Skin Barrier

และแบบดื่มอร่อยๆมี 2 สูตรด้วยกัน


เรามาดูสกินแคร์ที่ใช้บำรุงผิวกันก่อนเลย ว่ามันช่วยเรื่องอะไรบ้าง


 1.Blackmores Natural Vitamin E Cream Lanolin

วิตามินอีครีมเนื้อเนียนนุ่มอุดมด้วยสารที่มอบความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งกร้าน เหมาะสำหรับทั้งใบหน้า มือและลำตัว โดยมีส่วนผสมเข้มข้นจาก vitamin E และ ลาโนลิน
น้ำมันสกัดจากผลอโวคาโด และเมล็ดแอพลิคอท ที่ช่วยบำรุงผิว และลดการระคายเคืองได้




(หัวปั๊มสุญญากาศที่จะดึงเอาเนื้อครีมออกมาหมดจนหยดสุดท้าย)


 2.Blackmores Natural Vitamin E Cream Firm & Smooth Skin

ซากุระตะวันตกและน้ำมันต้นกระทิง วิตามินอีจากธรรมชาติ น้ำมันสกัดจากผลอโวคาโด และเมล็ดแอพลิคอท ที่เน้นลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับผิว และปลอบประโลมผิว


 3.Blackmores Natural Vitamin E Cream Skin Bright

ซากุระตะวันตกและน้ำมันต้นกระทิง+สารสกัดรากชะเอมเทศและสาหร่ายวากาเมะช่วยปรับสีผิวให้ดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติตามินอีจากธรรมชาติ  วิตามินอีจากธรรมชาติ น้ำมันสกัดจากผลอโวคาโด และเมล็ดแอพลิคอท ช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว

 4.Blackmores Natural Vitamin E Cream Skin Barrier

อุดมด้วยโอเมก้า 6 และ 9 เคลือบเป็นฟิล์มบางๆ บนชั้นผิว ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวสาหร่าย น้ำมันเมล็ดองุ่น ช่วยปลอบประโลมและโอบอุ้มผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ


เนื้อครีมทั้ง 4 รุ่น เรียงตามลำดับ ซ้ายไปขวา

เนื้อครีมมีความเข้มข้นมาก ใครที่หน้ามัน แนะนำให้ทาบางๆนะคะ ไม่งั้นอาจจะรู้สึกหนักผิวไปได้บ้าง ใครที่หน้าแห้งสามารถทาได้โดยไม่ตอ้งกลัวอุดตันค่ะ


โดยที่ครีมทั้งหมดนั้น เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะปราศจากสี น้ำหอม และสารพาราเบน


มาถึงแบบดื่มกันบ้างงง มี 2 สูตรด้วยกันน


อันนี้เป็นสูตรทับทิม สารสกัดจากผลทับทิม สารสกัดมะขามป้อม และ มีผงน้ำซีบัคธอร์น 
ผงมะกอกเข้มข้น ที่อร่อยมากกก แนะนำให้แช่เย็นจัดๆ แล้วดื่ม สดชื่นมากๆ  เป็น Dietary Supplement 



 สีน้ำเงินเป็นสูตรคอลลาเจนเข้มข้น แช่เย็นๆดื่มแล้วอร่อยเช่นกัน มีรสเปรี้ยวๆ
เป็นคอลลาเจน 10,000 มิลลิกรัมเลย มีสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ผงคลอเรลลา และสารสกัดจากข้าว


ใราที่สนใจก็สามารถหาซื้อได้ตามร้าน Drugstore ทั่วไปแล้วน้าาา 

บล๊อกนี้ก็ไปก่อน บ๊ายบายค้าบ