แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รีวิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รีวิว แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

REVIEW เลนส์ตัดแสง พร้อมกันแดดได้ของ Hoya


สวัสดีค่าาา

วันนี้ไม่ได้มารีวิวเครื่องสำอาง หรือ สกินแคร์ใดๆเลย
เเต่จะมารีวิวแว่นตัดแสง ที่ขวันไปตัดมา

จะบอกว่าขวันเป็นคนที่ทำงานหน้าคอมนานมาก
ใช้ Social Madia ทุกรูปแบบ อยู่หน้าจอมือถือ มองมือถือมากกว่าหน้าแม่ หน้าแฟนอีก 
5555555555 

ด้วยความที่ทำงานตรงนี้ด้วย เลยเลี่ยงไม่ได้จริงๆที่จะต้องเอาตา มาเพ่ง จ้องแสงจ้าๆนานๆ

เคยมีพักนึงที่ขวันมองจอคอมไม่ได้เลย แสบตา เคืองตามาก จนไม่ไหวละ
เลยต้องไปหาแว่นตัดแสงมาใส่ 

แล้วรู้สึกว่า เออ มันดีจริงๆ การใส่แว่นตัดแสง มันทำให้เราสามารถใช้งานคอม มือถือ 
ได้สบายขึ้น

วันนี้เลยจะมารีวิวเลนส์ตัดแสง ที่สามารถกันรังสี UV ได้ด้วย
ของแบรนด์

Hoya 




ขวันเลือกกรอบแว่นเป็นของ Bolon ค่ะ เพราะชอบแบบ แค่นั้นเลย 555555
ราคาประมาณ 3,500 บาท น้ำหนักเบา ซื้อจากร้านแว่นทั่วไปนี่แหล่ะค่ะ



เเล้วขวันก็เอาไปตัดเลนส์ Hoya

โดยเลือกเลนส์ที่เป็น

Blue Control   เป็นการเคลือบเลนส์ทีช่วยป้องกันแสงสีน้ำเงินจากจอ LCD LED หรือจอ Digital ต่างๆ
อันนี้จะช่วยทำให้สบายตาขึ้นมากกกก

และเลือกที่เป็นแบบเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เมื่อเจอรังสี UV

Sensity  เป็นการเคลือบเลนส์ ที่ทำให้เลนส์เปลี่ยนสีได้ ช่วยป้องกันรังสียูวีได้ 100% มี 3 สี
น้ำตาล เทา เขียว

ขวันเลือกสีน้ำตาลมาค่ะ



เวลาใส่ในบ้าน จ้องจอคอม มันจะไม่เปลี่ยนสีนะคะ จะเป็นแบบนี้

 
ใส่ตอนเล่นมือถือ เล่นคอม ปกติถ้าจ้องนานๆขวันจะแสบตา ปวดตา
เเต่พอใส่แว่นที่เป็นเลนส์ตัดแสง จะสบายตามาก ไม่ต้องเพ่งนานๆ
ปวดตาน้อยลง แสบตาน้อยลงค่ะ

ในเรื่องของผลระยะยาว แบบว่า ป้องกันการเป็นต้อ หรืออะไรต่างๆ ขวันยังไม่ทราบนะ 55555


เวลาเรามองผ่านเลนส์ เราจะเห็นเป็นสีเหลืองนิดๆนะคะ อย่าตกใจไป


อยากในรูปจะเห็นว่ามันออกเป็นสีชานิดๆ เวลามองผ่านเลนส์แว่นนะคะ ของจริงจะชัดกว่านี้
จอมือถือจะเห็นเป็นสีฟ้าเลยค่ะ 

อยากเห็นเวลาออกแดดเเล้วใช่มะ

เป็นงี้เลยยย


ความเข้มของสี จะขึ้นอยู่กับความแรงของแดดและ  UV ด้วยนะคะ ยิ่งแดดแรงจะยิ่งเข้มขึ้นค่ะ 


ใส่เจอแดด อาจจะได้ผลไม่เท่าแว่นกันแดดจริงๆ แต่กันรังสีได้เท่ากันนะคะ อาจจะมีหยีตาบ้าง
เเต่ไม่ปวดตาเลยค่ะ 

ถือว่าทำได้ดีเลย ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นไปๆมาๆ เเต่ถ้าใครที่เจอแดดเน้นๆจริงๆ
ยังไงขวันก็แนะนำแว่นกันแดดจริงๆมากกว่าค่ะ มันกันแดดได้ดีกว่า (แต่กันรังสีได้เท่ากันจ้า)


นี่ถ่ายตอนนั่งเขียนบล๊อกให้ดูเลย จะเห็นว่ามันสะท้อนจอคอมเป็นจอสีฟ้าเลยค่ะ 

สำหรับใครที่สนใจ ก็สามารถนำกรอบแว่น หรือซื้อกรอบร้านแว่นแล้วตัดเลนส์ Hoya ได้ที่ร้านแว่นเลยน้า

สำหรับเลนส์ของขวันราคาประมาณ 1x,xxx บาทค่ะ จำราคาเป๊ะๆไม่ได้แล้ว

ขวันเลือกแบบฟูลออฟชั่น ราคาเลยจะสูง


เเต่จริงๆราคาประมาณ 2,000 บาทก็สามารถตัดได้แล้วนะคะ

สำหรับบล๊อกนี้ก็มีเพียงเท่านี้

หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะค้า

สวัสดีค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560

5 เครื่องสำอาง CANMAKE VS เคาน์เตอร์แบรนด์


สวัสดีค่าาา
วันนี้เอาของดีมารีวิวให้ทุกคนอ่านกัน
หลายๆคนคงอยากจะซื้อเมคอัพแพงๆ เคาน์เตอร์ใช้กัน
แต่อาจจะรู้สึกว่าอยากหาอะไรที่ราคาไม่สูงมาก ที่มี
สี คุณภาพ Texture คล้ายๆกับแบรนด์แพงๆ มาใช้อะเนาะ

วันนี้ขวันได้รับเครื่องสำอางจาก CANMAKE มาลองใช้เซทนึงค่ะ

มีทั้งแป้ง บลัชออน ลิปสติก เยอะเลย

แล้วทีนี้พอได้ลองใช้ ขวันเลยอยากจะนำมาเทียบกับเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ขวันมี
ว่าตัวไหนของ Canmake เหมือนกับเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ขวันมีบ้าง

เดี๋ยวเราไปดูความคิดเห็นของขวันกันเลยน้า

ส่วนตัวคัดมาแล้วว่าคล้ายกันมากแน่ๆจ้า

รูปหมู่ คร่าวๆว่าขวันได้อะไรมาลองบ้าง

เครื่องสำอาง CANMAKE หลายคนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้วเนอะ เป็นเครื่องสำอางคิวท์ๆ จากญี่ปุ่น
ที่มีขายตามร้าน Drugstore ต่างๆในไทยมานานแล้ว

เดี๋ยวเรามาเริ่มกันที่ตัวแรกกันเลยโน้ะ

Mashmello Finish Powder 

3 สี ตลับละ 450 บาท


นางเป็นแป้งฝุ่นอัดแข็งที่ขายดีมากกว่า 5 ล้านตลับในญี่ปุ่น ส่วนตัวขวันก็ชอบใช้มากเหมือนกันค่ะ
เนื่องจากว่ามันบางเบาสบายผิว และปกปิดรูขุมขนได้ดี ขวันชอบเอามาทาวันสบายๆ
หรือเอามาเซทรองพื้น เติมระหว่างวันก็ดีมากค่ะ 


แป้งตลับรุ่นนี้จะมี 3 สี
เรียงจากอ่อนไปเข้ม
ML > MO > MB

ส่วนตัวขวันว่ามันเหมือนกับแป้ง THREE Renewing Powder Foundation มากกกกกค่ะ
เนื่องจากตัวแป้งเนื้อบางเบา นุ่มเนียนเหมือนกันเลย

THREE ราคา 2,250 บาท 
 Canmake 450 บาท

ประหยัดไปเงินไป 1,800 บาท 

ระดับการปกปิด เนื้อสัมผัสอะไรคล้ายกันมาก ต่างกันที่พัฟ และแป้งทรีที่มี2สีในตลับแค่นั้นเองค่ะ
ไปลองดูเองเลยก็ได้นะ ถ้าไม่เชื่อ 55555 

ตัวต่อมา

 

CANMAKE

Stay-On Balm Rouge Tint

ราคา 290 บาท


ลิปทินต์ 3 สี แพคเกจจิ้งน่ารักมากก บำรุงระหว่างวัน และให้สีระเรื่อๆดูเป็นธรรมชาติ


ส่วนตัวขวันจะบอกว่ามันคล้าย 
Dior Lip Glow #01 มากกกกถึงมากกกที่สุด

และแคนเมคยังสีชัดกว่าด้วยนะ 5555555



Dior ราคา 1,200 บาท
Canmake ราคา 290 บาท 

ประหยัดเงินไป 910 บาท 

Texture บำรุงได้ดีเหมือนกัน สีระเรื่อๆเหมือนกัน ทาแล้วสีดูไม่ต่าง แต่ในเรื่องของความทนของสี Canmake  มาวินเลย เนื่องจากเป็น Tint ยิ่งทาสีจะยิ่งชัด และจะเป็นสีชัดบนปาก ในขณะที่ Dior จะสีชัดแต่สีจะไม่ติดในเนื้อปากค่ะ 


CANMAKE

Glow Fleur Cheek 

#08 ราคา 380 บาท


บอกเลยว่าอันนี้ดีงามมากกกก เป็นบลัชออนที่ขวันมีใช้ตั้งแต่สมัยเรียนเลย
ตัวนี้จะให้สีที่โปร่งแสง หมายความว่าเราทาไปแล้วสีจะไม่ทึบ จะยังมองเห็นแก้มใสๆอยู่
ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ และดูไม่โบะ ไม่เป็นตูดลิง

และเบอร์ 08 ของ Canmake ก็ยังเหมือนเบอร์ #01 ของ Jill Stuart Mix Blush Conpact มากด้วย


ตลับก็น่ารักเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ว่าแคนเมคเค้ามีแปรงใส่ในกล่องให้เลย ส่วนของ Jill Stuart ไม่มีที่เก็บแปรงค่ะ ไล่สีคล้ายๆกันค่ะ


 นี่ไงงง เหมือนกันมากก มีความวิ้งเหลือบๆเหมือนกัน โปร่งแสงเหมือนกัน แต่สีของ Canmake จะดูอมม่วงกว่านิดๆ แต่พอปัดลงแก้มแล้วเเทบไม่แตกต่างเลยค่ะ

 ดูไม่ออกละสิว่าข้างไหนใช้แบรนด์อะไร 5555555 

Jill Stuart ราคา 1,650 บาท
Canmake ราคา 380 บาท

ประหยัดเงินไป 1,270 บาท

CANMAKE

MERMAID SKIN GEL UV 

spf 50 pa ++++

ราคา 300 บาท


จะบอกว่ากันแดดตัวนี้ก็ขายดีมากก เป็นสูตรเจล ที่แตกตัวเป็นน้ำเลย สบายผิว และให้ความชุ่มชื้นได้ดี ผิวมันใช้ได้ ไม่หนักผิว พร้อมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติถึง 85% ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี 

 ตัวที่ขวันคิดว่าเหมือนมากนั่นก็ Anessa สีเงิน รุ่นหลอดบีบค่ะ จะเป็นเนื้อเจลๆเหมือนกัน 


 สังเกตดูจะเห็นว่า Canmake นั้นดูบางเบากว่า ไม่เหนียวเท่า และแตกตัวเป็นน้ำเกลี่ยลื่นกว่า

แต่ฟินนิชผิวก็ได้ลุคใสๆ ฉ่ำๆ เหมือนกัน แทบไม่แตกต่างกันเลยค่ะ 

Anessa ราคา 750 บาท
Canmake ราคา 300 บาท

ประหยัดเงินไป 450 บาท 

ตัวสุดท้ายยย 

 

CANMAKE

 Lasting Multi Eyebase WP

ราคา 250 บาท 

ตัวนี้เป็น Eye Primer ที่สามารถทาได้ทั้งเปลือกตา ให้สีอายแชร์โดว์ติดทน ไม่เลอะ หรือสามารถนำมาทาบริเวณคิ้วก่อนเขียนคิ้วได้ด้วย ซึ่งขวันลองแล้ว เวิร์คมากกก ขวันชอบเอามาทาคิ้วก่อนเขียนคิ้วแบบฝุ่น มันทำให้สีติดทน และไม่เลือนหายระหว่างวัน 


แฝดคนละฝาคือ Toofaced Shadow Insurance 


ส่วนตัวว่าเนื้อคล้ายๆกัน แต่ของ Toofaced จะเหมือนมีน้ำมันๆออกมานิดๆ 
แต่ของ Canmake จะแห้ง และหนืดกว่า แต่พอทาออกมาก็แทบมองไม่เห็นเหมือนกัน

ขวันลองปาด Eyeshadow สีเดียวกันให้ดูเลยค่ะ 
จะบอกว่าสีอายแชร์โดว์ฝั่งที่ทาด้วย Toofaced จะมีความตรงสีในตลับมากกว่า
ส่วนของ Canmake จะเข้มกว่านิดๆ ซึ่งขวันกลับชอบมากกว่า 55555 มันเข้มดี 

เกลี่ยลื่นง่าย สีติดชัด ทนทานระหว่างวันเหมือนกันเลยค่ะ 

Toofaced Shadow Insurance ราคา 1,090 บาท
Canmake Lasting Multi Eyebase ราคา 250 บาท 

ประหยัดไป 840 บาท


สำหรับใครที่ยังไม่เคยลอง บอกเลยว่าต้องไปลองนะคะ สินค้าหลายอย่างของ Canmake คือดีมากๆ
หลายตัวราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับคุณภาพ เป็นของดีราคาถูกที่หาซื้อได้ง่ายเลย

สำหรับวันนี้ขวันก็ไปก่อนน้า

บ๊ายบายค่า

วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560

แชมพูและครีมนวดแรกจาก Smooth E ที่ช่วยลดผมร่วงได้


ในที่สุด

Smooth E ก็ได้มีแชมพูสระผมสำหรับผมร่วงแล้วววว
ขวันเป็นเเฟนคลับสมูธอี อะไรออกใหม่ต้องลองใช้หมด เพราะชอบกลิ่นมากกก
เเละความเก๋าในในวงการสกินแคร์ไทย ที่ใครๆต้องเคยลองอะเนอะ

วันนี้เลยจะมารีวิวแชมพูเเละครีมนวดลดผมร่วงตัวเเรกจากสมูธอีเลย

นั่นก็คือ

Smooth E puifying shampoo & Conditioner

Anti-Hair Loss for Sensitive Scalp

เจ้า 2 ตัวนี้ขวันใช้มาประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยหลักๆประโยชน์ของ 2 ตัวนี้คือ

  • ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
  • ลดการระคายเคือง อักเสบของหนังศรีษะ
  • ขจัดรังแคเเละขุยๆบนหนังศรีษะ
  • ทำให้ผมนุ่มสวยเงางาม
  • ทำให้หนังศรีษะเเละเส้นผม สุขภาพดีในระยะยาว 
โดยหลักการทำงานของ Liquid Crystal Technology และ Extra Natural Source ทำให้หนังศีรษะสุขภาพดี เมื่อหนังศีรษะเราสุขภาพดีเเข็งแรง ผมเราก็จะร่วงน้อยลง

โดยแชมพูและครีมนวดนี้ปราศจาก
SLS
Silicone
Paraben
Color
Alcohol
และยังมี PH 5.5 ที่พอดีกับผิวด้วย

มั่นใจได้เลยว่าหนังศีรษะจะปลอดภัยหายห่วง

เเละยิ่งคนที่ชอบทำเคมี ทำสีผม ดัดผมบ่อยๆ เหมาะมากๆเลย เพราะตัวนี้จะช่วย Detox สารเคมีได้ด้วย


โดยปกติคนเราจะผมร่วงวันละประมาณ 
ผู้หญิง 100-120 เส้นต่อวัน
ผู้ชาย 50-60 เส้นต่อวัน

มากกว่านี้อาจจะมีปัญหาเเล้วเด้ออออ นั่นคือผมร่วงนั่นเอง

จริงๆผมร่วงเป็นได้หลายสาเหตุ เเต่สาเหตุหลักๆมักจะมาจากหนังศีรษะเราอ่อนแอเนี่ยเเหล่ะค่ะ

โดยตัวแชมพูจะมีส่วนผสมของสารที่ต้านทานเชื้อ Malassezia ที่เป็นสาเหตุของผมร่วง หนังศีรษะอักเสบ
เเละยังมี Omega 3-6-9 ฟื้นฟูสภาพเส้นผม ทำให้ผมนิ่ม ลดผมร่วง
มีวิตามิน A D C E และ K ทำให้ผมแข็งแรงในชั้นลึก เสิรมสร้างการงอกของเส้นผม


ส่วนผสมค่ะ สามารถใช้ได้นาน 12 เดือน หลังจากเปิดใช้เน้อ


เนื้อแชมพูจะมีสีขาวขุ่น กลิ่นเหมือนดินสอพอง 555555555555 ซึ่งขวันชอบนะ
มันกลิ่นหอมแบบอ่อนๆดีค่ะ เหมือนกลิ่นจากธรรมชาติ
ให้ฟองปานกลาง ไม่มากไม่น้อย เเละสระเเล้วผมจะหนืดนิดๆ เพราะไม่มีซิลิโคน ที่่ทำให้อุดตัน


ตัวนี้จะเป็นครีมนวดนะคะ แพคเกจจิ้งสีเขียว
เป็นสูตรอ่อนโยน มีส่วนผสมของ Multi Restorative Oil พร้อมผสาน Zinc Pyrithione และ Cli,bazole ป้องกันการกลับมาร่วงของผม รังเเค เเก้คัน ระคายเคือง

ส่วนผสมค่ะ


ตัวครีมนวดจะกลิ่นเข้มข้นกว่าตัวแชมพูนิดหน่อย ผมนิ่มมากกกกกกกกกกกกกกกกกหลังใช้
ชอบมากๆๆ ผมนิ่มเเต่ไม่หนักจนเกินไป ทำให้เวลาไดร์ผมไม่เสียเวลานานเลย
ใช้บนหนังศีรษะได้เลยนะคะ สำหรับผมมันไม่ทำให้ผมยิ่งมันค่ะ


ผมลัพธ์การใช้ค่ะ 

ก่อนทดลองใช้ ขวันเก็บผมหลังสระผมได้ประมาณเกือบๆ 100เส้นค่ะ ซึ่งจริงๆแล้วก็ยังถือว่าปกติอยู่ เเต่ก็เยอะพอสมควร 55555 



หลังจากใช้

ขวันเก็บเส้นผมอีกทีหลังสระผมค่ะ



จะเห็นว่าเส้นผมน้อยลงมากกกกกกกกกกก จากปกติก็ไม่ค่อยเยอะ นี่ลดน้อยลงด้วย

โดยรวมหนังศีระคันน้อยลง เวลาอากาศร้อนๆ 

โดยรวมสรุปว่า

ผมร่วงลดลงจริงๆ แสดงว่าหนังศีรษะแข็งแรงขึ้น
คันหัวน้อยลง ถ้าไม่สระผม 55555555555 อันนี้ไม่รู้คิดไปเองไหม
ปกติขวันไม่มีรังแคอยู่แล้วค่ะ เลยไม่ได้สังเกตอะไรส่วนนี้

สำหรับราคาเเละสถานที่ซื้อ

สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไป

ในราคา


สำหรับวันนี้ขวันก็ไปก่อนน้า

ลองไปหาใช้กันดูนะคะสำหรับใครที่อยากลองยาสระผมแบบธรมชาติๆ และอ่อนโยน
ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ในราคาพอเอื้อมถึง 



บ๊ายบายย


วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

โดนแบรนด์ตุ๋นไปทำผมซะเปื่อย แบรนด์ไหนกล้าทำกับน้องแบบนี้!


สวัสดีค่าทู้กคนนนนนนนนนนนน
วันนี้จะมาเล่าเรื่อง จริงๆไม่เชิงรีวิว ออกแนวมาเล่ามากกว่า

ก่อนหน้านี้แปปนึงขวันโดนเชิญไปทำผมที่ร้าน Lavish ค่ะ ตรงแถวๆสาธร
พร้อมกับบอกว่าจะมีแบรนด์แชมพูพรีเมี่ยมมาให้ลองใช้
ชื่อแบรนด์ Evod อ่ะ ขวันก็ไปค่ะ อยากลองอยู่แล้ววว


ไปถึงก็เจอเพื่อนๆบล๊อกเกอร์อีก2คน เค้าก็จะให้เราไปสระผมเลย


อะ ขอโฆษณาหน่อย ร้านนี้เตียงสระดีงามมากกกกกกกก นอนสบายมากๆ ไม่เเหงนเเละไม่ต่ำเกินไป
ที่รองคอไม่กดคอให้เจ็บด้วย เรียกได้ว่าเพลินมากกก ชอบมากกก ระหว่างที่สระเค้าก็จะบอกว่าใช้แชมพู ครีมนวด และทรีทเม้นต์ค่ะ จะบอกว่ากลิ่นหอมมากกก แต่กลิ่นก็คุ้นมาก นี่ก็ไม่ได้คิดอะไร


อะ ช่างไดร์ผม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแม่ลูกกัน 55555555 ทั้ง2คนน่ารักมากๆ ขอบคุณมากเลยนะคะ
เก้าอี้นั่งสบายอีกแล้วววววว คือนั่งนานๆไม่มีเมื่อยก้นเลย ชอบมาก จะไปร้านนี้อีกเเน่นอน
(นี่สรุปมารีวิวแชมพูหรือร้านก็ไม่รู้ 555555555)


ระหว่างไดร์ก็มีความรู้สึกว่าผมนิ่มมาก แบบเฮ้ยยย ทำไมผมนิ่มแบบนี้ นิ่มและก็ลื่นมากๆๆๆๆ สาบานว่าพูดเรื่องจริง นี่อยากเห็นแชมพูมากว่าแชมพู evod หน้าตาเป็นยังไง ของประเทศไหน 55555 


อ่ะดู ความสลวยของผมนี้ ระหว่างรอม้วนผมค่ะ ผมเงาสวยลื่นมากกกกก นิ่มมากๆด้วย เเม้กระทั่งตรงปลายผมที่ค่อนข้างเเห้ง 


ม้วนผมวนไปค้าาาาา นี่ในใจก็คิด ม้วนขนาดนี้ ผมกรอบเเน่นอน เพราะม้วนเองยังกรอบเลย 555บางที


แท่แด้มมมมมมม ผมไม่กรอบเลยอ้ะทุกคนนนนนน คือผมสสวยมากกกกก ไม่กรอบ ไม่ชี้ฟูใดๆเลย
ชอบมากกก ผมลื่นแบบไม่พันกันเลย 


ท้าให้ลองซูมดูเลยจ้าาาา 

ให้ดูรูป 
Before - After 




อ่ะ
เราจะได้เห็นหน้าตาของเจ้า Evod นี่ซะที ว่านางเป็นใคร มาจากไหน 



ทีมงานแจกกล่องนี้ให้ทุกคน
แล้วบอกให้รอเปิดพร้อมกัน นี่ก็งง จะรอทำไม 5555555555 พอเปิดดูเท่านั้นเเหล่ะ


ว้อททททททททท 55555555555555 นี่คือรูปหลังจากตั้งสติได้แล้วนะ
ว่าอะไรเนี้ยยยย โดนหลอก เเท้จริงแล้วแบรนด์ EVOD ไม่มีจริง
เป็นการกลับคำของแบรนด์

DOVE นั่นเองงงงง 

คือโดนตุ๋นซะเปื่อย ไอ้เราก็นึกว่าแบรนด์ใหม่ ทำไมมันดีแบบนี้

สารภาพว่าขวดนี้ขวันก็ใช้อยู่ที่บ้าน เเต่ไม่เคยใช้คู่กับครีมนวด หรือทรีทเมนท์พร้อมๆกันเลย
พอเค้าลงพร้อมกัน รู้สึกเลยว่าผมนิ่มมากกก
สาบานว่ากลับบ้านจะไปใช้ให้ครบเซท ผมจะได้นุ่มสวยแบบตอนทำที่ร้าน

ฮือออออ

โดนตุ๋น



EVOD ของเรา กลายเป็น DOVE ซะงั้น

กราบทีมงานมากๆ ที่คิดแคมเปญนี้ขึ้นมาได้ มันแปลกดีมาก
มันทำให้เราจินตนาการเว่อร์วังมาก ว่ามันคือแบรนด์อะไร ทำไมมันดีขนาดเน้ มันต้องแพงเเน่ๆ
เเต่สุดท้ายมันกลับเป็นแบรนด์ใกล้ตัวเรานี่เอง ราคาไม่แพงด้วย 

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้ตาสว่าง ว่าของดีไม่จำเป็นต้องแพง แค่ต้องใช้ให้ครบเซทเด้อ

5555555555 

ไปก่อนนะคะ บ๊ายบาย

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559

HUAL หอมฟุ้งทะลุบล๊อกด้วยเซทน้ำหอมจาก Jill Stuart


สวัสดีค่าทุกคนนน
Hello everybody !

บล๊อกนี้ไม่มีอะไรมากเลย เเค่ขวันเป็นคนที่ชอบอะไรหอมๆมากกกก
ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม เทียนหอม ครีมอาบน้ำหอมๆ
Well, this blog isn’t much, I just want to say that I truly adore things that smell good, whether they’re perfumes, scented candles or scented bath creams.

เอาตรงๆก็อะไรก็ได้ที่หอม ขวันชอบหมด ถ้าเจออันไหนน่ารัก หอม ก็ต้องสอยเก็บไว้ให้ได้
In other words, if it smells good, it got me. If it’s also cute, I will definitely find a way to own it.

จนล่าสุด JillStuart ส่งเซท Fragrance Collection มาให้ขวัน
Recently, JillStuart sent me ‘Fragrance Collection’

น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
And it is sooooo adorable !

ไปดู
Here, take a look !


ขวันได้เซทกลิ่น Crystal Bloom มาค่ะ กลิ่นออกแนวดอกไม้ ฟรุ้ตตี้นิดๆ
I received the ‘Crystal Bloom’ set. It is a fruity and floral scent.
ท็อปโน้ต
สวีทพี, สโนว์ดร็อป, ดอกส้ม, ส้ม*, พืชสีเขียว
Top Notes
Sweet pea, Snowdrop, Neroli, Orange*, Greens

มิดเดิลโน้ต
เอเดลไวส์, แม็กโนเลีย*, กุหลาบ*, ฟรีเซีย มะลิ*,ราสเบอร์รี่
Middle Notes
Edelweiss, Magnolia*, Rose*, Freesia, Jasmine*, Raspberry

เบสโน้ต
ทูทู แอคคอร์ด, ทูลเล แอคคอร์ด,
การ์ดีเนีย*, กระดังงา, มอสส์,
ไม้ซีดาร์*, มักส์, แอมเบอร์
Base Notes
Tutu Accord, Osmanthus,
Gardenia*, Ylang-Ylang, Moss,
Cedarwood*, Musk, Amber

ซึ่งกลิ่นจะออกแนวสาวน้อยน่ารัก เเต่ไม่หวานเลี่ยนนะคะ มีกลิ่นดอกไม้แซมๆมาในตอนต้น ตอนหลังจะออกนุ่มขึ้นค่า
The fragrance kind of reminds me of a sweet lady, but it doesn’t smell too overwhelmingly sweet, with floral scent at the beginning and later followed by lighter scent.

Crystal Bloom eau de parfum Rollerball

10 มล. ราคา 990 บาท
Crystal Bloom eau de parfum Rollerball
10 ml. 990 TBH


เป็นน้ำหอมลูกกลิ้ง สำหรับพกพา น่ารักมากๆ
A rollerball perfume. Very convenient and cute.

มีคริสตัลของ Swarovski สีชมพูด้านบนด้วยน้า ฟรุ้งฟริ้งสุดๆ
Adorn with Swarovski pink crystal at the top.

JILL STUART Crystal Bloom

Perfumed Hand Cream

40 ก. ราคา 850 บาท

JILL STUART Crystal Bloom Perfumed Hand Cream

    40 g. 850 TBH



มาในหลอดพลาสติกสีชมพู พร้อมหัวหลอดที่สวยมากกกกกกก เป็นคริสตัลของ Swarovski เช่นเคย
ดูหรูหราสุดๆ ตอนหยิบออกมาใช้ต้องดูเจ้าหญิงมากแน่ๆ
It came in a pink plastic tube, with a very pretty crystal lid from Swarovski.
Doesn’t that make you feel like a princess ?

มอยเจอร์ไรเซอร์: สารสกัดจากเอเดลไวส์, สารสกัดจากกุหลาบมอญ, สารสกัดจากการ์ดีเนีย, สารสกัดจากราสเบอร์รี่, สารสกัดจากส้ม, กลีเซอรีน
Moisturizer: Edelweiss extract, Damascus Rose extract, Gardenia extract, Raspberry extract, Orange extract, Glycerin
หัวหลอดสวยมากกกกกกกกกกกกกกก
The lid is so so beautiful.

เนื้อแฮนด์ครีมค่า กลิ่นหอมสไตล์ดอกไม้เลย
The hand cream’s consistency. It does smell like flowers.


ทาไปสักพักก็จะซึมเข้าผิวค่อนข้างเร็วค่า ไม่เหนียวเหนอะมือเลย
It sinks into your skin quite quickly after a few seconds after application. Not tacky at all.

JILL STUART Crystal Bloom Perfumed Body Lotion
200 มล. ราคา 1,350 บาท
JILL STUART Crystal Bloom Perfumed Body Lotion
200 ml. 1,350 TBH
มาในขวดใหญ่เบิ้มมมม สำหรับทาตัวเลยค่า
เนื้อจะเนียนนุ่มกว่า แฮนด์ครีมนิดหน่อย เเต่กลิ่นเดียวกันทั้งเซทเลย
This one came in a very big bottle, perfect for body pampering.
The consistency is a little softer than the hand cream, but it doesn’t smell any differently.


ขวันชอบการออกแบบของ Jill Stuart มากเลย มันทำให้เรารู้สึกอยากใช้ตลอดเวลา 55555555
I really love Jill Stuart’s design. It makes me want to use their products all the time hahaha.

อันนี้สะท้อนไฟวิบวับเลย อันใหญ่ม๊ากกกกกก สวยมากกกก
This piece actually deflects light. BEAUTIFUL.

สรุปนะ กลิ่นหอมมมม แพคเกจจิ้งสวย ให้ฟีลลิ่งเจ้าหญิงสุดๆ
So let me put it this way; heavenly smell, beautiful packaging, feeling like a princess.

ใครได้ลองต้องชอบบบ
Trust me, whoever tries it, likes it.

สั่งซื้อทาง เว็บได้นะคะ
Also, it’s available online.


หรือจะไปที่เคาน์เตอร์ก็ได้ ที่พารากอนเลย มีหลายกลิ่นเลยน้า
Or just go straight to the counter at Paragon. There are variations of scents !

วันนี้มาเห่อแค่นี้เเหล่ะ บ๊ายบายค่าา
That’s enough raving for one day. Bye Byeeee !