แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลอรีอัล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลอรีอัล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

Review+Test กันจะๆไปเลยกับ L'Oreal UV Perfect ทั้ง 3 สูตร


สวัสดีค่า วันนี้ขวันก็จะมาทำ
Review + Test เล็กๆน้อยๆ กับกันแดดที่ดีที่สุดจากแบรนด์
L'oreal Paris นะคะกับกันแดดรุ่น

UV PERFECT SPF 50+ PA++++


หลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วเนอะ สภาพอากาศ เเละแดดตอนนี้ของประเทศไทยขอบอกเลยว่า 
วิกฤติมากกกกกกกก นอกจากจะร้อนมากเเล้ว ยังทำร้ายผิวได้มากด้วย

แสงแดดทำร้ายผิวได้ยังไง ? 

ในแสงแดดมีรังสี UV อยู่ 3 ประเภท ประกอบด้วย
  • รังสี UVA 20%
  • รังสี UVB 5%
  • รังสี Long UVA 75%
เห็นๆกันเลยว่าเจ้า Long UVA เนี่ยมีมากสุดๆเลย และอันตรายมากๆ เพราะถึงเเม้เราจะอยู่ในร่ม ในอาคาร ไม่โดนแดด เจ้า UV ตัวนี้ก็มาทำร้ายให้ผิวเราเสื่อม เเละเป็นสาเหตุหลักของฝ้าเเละริ้วรอย

อะ เริ่มกลัวกันรึยัง ใครที่ไม่ยอมทากันแดด ทาได้เเล้วนะ

เวลาเราตากแดดแรงๆเนี่ย ผลเสียที่เห็นกันได้ด้วยตาเปล่า ในเวลาสั้นๆคือ เราตัวคล้ำขึ้น
ผิวเเดง แสบ เเละระยะยาว ที่เรามองไม่เห็นคือ ริ้วรอย ผิวเสื่อมสภาพเนี่ยสิ ก็เป็นผลเสียจากแดดเหมือนกันนะ 

อีกทั้ง มลภาวะ ฝุ่น เครื่องสำอางต่างๆ ที่เราทาไปอีก ยิ่งทำให้ผิวเป็นสิว อุดตันไปอี้กกก 
กันแดดบางตัวไม่สามารถกันฝุ่นละอองขนาดเล็กถึง 2.5ไมครอนได้
ถึงจะเคลมว่ากันฝุ่นควันได้ เเต่ได้เล็กเท่า 2.5 ไมครอนไหม? 

เเล้วเจ้า L'oreal UV Perfect จะช่วยเราได้ยังไง? 

ตอบ : เพราะนางมีไม้ตายพิเศษ ที่สามารถป้องกันผิวจากแสงแดด รังสีวายร้าย เเละฝุ่นควันนั่นคือ
นางมีสารที่ช่วยลดการเกาะติดของมลภาวะ ฝุ่นควันได้ดีมาก เเม้กระทั่งฝุ่นละอองที่เล็กขนาด 2.5 ไมครอน ก็กันไม่ให้เข้าผิวได้
นางเป็นที่สุดของครีมกันแดด ปกป้องทุกรังสียูวี + ฝุ่นควัน
ไม่ดำ+ไม่เเก่+ไม่สิว

ในเมื่อเรามีตัวช่วยเเล้วนั่นก็คือ UV PERFECT ทั้ง 3 รุ่นจากลอรีอัล เรามาดูกันเลยว่าเเต่ละตัวเป็นยังไง

 1. L'oreal UV Perfect Aqua Essence Spf 50+ PA++++

15 ml ราคา 139

30 ml ราคา 339


เจ้าตัวนี้เนื้อจะเป็นสูตรน้ำ Watery Essence ทาเเล้วซึมเข้าสู่ผิวไวมากๆ เเละไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้เท่าไหร่ รอสักพักมันจะซึมเข้าไปเองค่า เเต่งหน้าต่อสบาย ไม่คราบ


ทาเเล้วผิวยังดูสว่างขึ้นด้วยนะ เนื้อจะสีขาวๆ ใส บาง มีกลิ่นหอมอ่อนๆน่าร้าก

 1. L'oreal UV Perfect Instant White Spf 50+ PA++++

15 ml ราคา 139

30 ml ราคา 339

 เนื้อครีมจะเป็นสีชมพูอ่อนๆ ทาเเล้วจะช่วยให้หน้าดูผ่องขึ้นเลย เหมาะกับสาวๆที่ไม่ชอบเเต่งหน้า เเต่อยากให้ผิวดูสว่างสดใส 


ทาเเล้วจะสว่างกว่าตัวสีฟ้าที่เป็นเนื้อเจล ช่วยปรับสีผิวได้ดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายๆกันเลยค่ะ

 1. L'oreal UV Perfect Aqua Essence UV Mist  Spf 50+ PA++++

 ราคา 499 บาท

 ตัวนี้มาในรูปแบบขวดสเปร์ยค่ะ ใช้งานสะดวกม๊ากกกกกก พ่นลงผิวหน้า หรือผิวกายก็ได้ กลิ่นหอมอ่อนๆ วิธีการฉีดให้ฉีดห่างจากผิวหน้าหน่อยนะคะ สเปร์ยจะได้กระจายทั่วๆหน้า ไม่มีสารอันตราย พ่นทับเมคอัพได้เลยค่ะ เหมาะกับพกไปฉีดระหว่างวันมาก 



ฉีดเเล้วตัวนี้จะเหมือนไม่ทาอะไรเลยมากที่สุดค่ะ ใสๆเลย ไม่เป็นคราบขาวด้วย 

 อะเค เราเห็น Texture ของกันแดดทั้ง 3 ตัวของลอรีอัลกันเเล้วนะคะ
ต่อไปจะมาเทสให้ดูกันว่า กันแดดจากลอรีอัลนี้จะ

ไม่ดำ+ไม่เเก่+ไม่สิว

จริงหรือเปล่า? 

 ----------------------------------------------------------------

T E S T

 1. TEST ความมัน
เรามาเริ่มการเทสต์แบบเบสิกกันก่อน เทสความมันจ้า! ขวันทาลงผิวเเล้วเอากระดาษซับมันแปะลงไปมาดูผลกัน

จะเห็นว่า Aqua Essence และ Instant White มีความมันพอๆกัน เเต่ City Face Mist เเทบจะไม่มีความมันติดมาเลยค่า

สรุป City Face Mist<Aqua Essence<Instant White ค่ะ 


 2. TEST ไม่ดำ+ไม่แก่?

เราจะทดสอบด้วยการใช้ UV Beads ในการทดสอบค่ะ มันจะคล้ายๆลุกปัดที่ไวต่อแสง UV มาก ยิ่งเจอมากมันจะเปลียนเป็นสีม่วงเข้มค่ะ

 ขวันก็จัดการทาลงไปเลยให้ครบทุกตัวค่ะ เเล้วเเบ่งใส่ถ้วย 4 ถ้วยเเล้วนำไปตากแดดเป็นเวลา
1 ชั่วโมง และ 2 ชั่วโมง ตามลำดับค่ะ


ผ่านไป 1 ชั่วโมง
 จะเห็นว่า Uv Beads ที่ไม่ได้ทากันแดด จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเยอะสุดนะคะ รองลงมาจะเป็น City Face Mist ตามด้วย Instant White และ Aqua Essence พอๆกันค่ะ ไม่เปลี่ยนสีเลย 

ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงเเล้วมาดูใหม่ 

ปล. ขวันย้ายที่เพราะแดดเปลี่ยนทิศทางนะคะ :) 


หน่ะะะะ คราวนี้ถ้วยที่ขวันไม่ได้ทากันแดด เปลี่ยนสีเป็นสีม่วงชัดเจนเลย รองลงมาที่เปลี่ยนสีจะเป็น City Face Mist > Aqua Essence และ เปลี่ยนสีน้อยสุด Instant White ค่ะ 


 3. TEST ไม่สิว? 

การเทสต์นี้ ขวันจะเปรียบ อายแชร์โดว์สีน้ำตาลเป็นฝุ่นควันที่พร้อมจะทำให้เราเป็นสิวนะคะ ขวันจะเเบ่งเเขนขวันเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ไม่ทา เเละอีก 3 ส่วน จะทากันแดดของลอรีอัลทั้ง 3 สูตร
เเละจะทำการเช็ดออกด้วยสำลีชุบคลีนซิ่งวอเทอร์ 1 ครั้ง ต่อ 1 ส่วน เเละดูว่าส่วนไหนมีคราบเหลือเยอะสุดค่ะ 
  

ขวันทาหนักมือมากเลยนะนั่น 55555555555 จะเห็นว่าส่วนที่เลอะเทอะสุดจะเป็นส่วนที่ไม่ทานะคะ
รองลงมาจะเป็น City Face Mist > Aqua essence > Instant White ค่ะ 

ไม่สิวยังไง? หลายๆคนอาจจะยัง งงๆ พอเราทากันแดดลงไปใช่มั้ยคะ มันจะช่วยกันฝุ่นละอองได้ เเละสามารถเช็ดออกไปพร้อมกับกันแดดที่กันฝุ่นไว้ให้เราค่ะ เพราะฉะนั้น เเขนส่วนไหนที่สะอาดสุดเเสดงว่ากันฝุ่นได้ดีสุดค่ะ :) 



เห็นผลกันชัดๆไปเลยโน้ะ เพื่อนๆมีตัวไหนในใจกันบ้างไหมคะ?


ส่วนตัวขวันจะชอบ Instant White สุดนะ เพราะทาเเล้วผิวสว่างดี เเละกันแดด กันฝุ่นได้ดีสุดด้วย

สำหรับใครที่อยากลองใช้ไปหาซื้อกันได้เลยน้า 

วันนี้ลาไปก่อน เจอกันบล๊อกหน้าค่าาา :)



Sponsored Content by L'oreal Thailand 

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Review Cleansing Water จาก L'Oreal ได้ลองถึงรู้ว่าดีกว่าที่คิด


สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกเเย้ววว 

วันนี้มาพร้อมกับรีวิว Cleansing Water อีกแล้ว 
บอกก่อนเลยว่าช่วงนี้ได้ลองมาหลากหลายยี่ห้อมากๆ
เเละต้องบอกตรงๆว่าทุกแบรนด์มีข้อดีและข้อเสียต่างกันออกไป

แบรนด์นี้เป็นอีกแบรนด์ Drugstore ที่ทุกคนต้องเคยได้ลองใช้สินค้าของเค้าบ้างเเหล่ะ ขวันเชื่อ
นั่นก็คือ

L'oreal  Paris Skin Perfection Cleansing Water

 

บอกตามตรงว่าตอนเเรกคิดว่าจะเฉยๆนะ เเต่พอได้ลองเเล้วมันดีกว่าที่คิดไว้เลยเเหล่ะ
ไปลองอ่านกันเลยนะคะ 

เจ้าคลีนซิ่งวอเตอร์ตัวนี้เป็นตัวทำความสะอาดเเละเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำค่ะ ซึ่งจะไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนหน้า จะเป็นสูตรที่ขวันรู้สึกว่าใช้ง่ายที่สุดค่ะ

ซึ่ง L'oreal  Paris Skin Perfection Cleansing Water นี้มีส่วนผสมสำคัญคือ

MICELLAR (ไมเซลล่า) ซึ่งมีคุณสมบัติหลักได้เเก่

  • สลายคราบเมคอัพออกเป็นอณูย่อยๆ ช่วยให้เช็ดออกได้ง่ายเเม้เครื่องสำอางกันน้ำ
  • เข้าล้อมรอบเเละทำหน้าที่คล้ายกับเเม่เหล็ก ดูดซับเครื่องสำอางเเละสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า


 ตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเช่น น้ำหอม เเละแอลกอฮอล์ เหมาะกับผิวเเพ้ง่าย อ่อนโยน เเละเมื่อเช็ดเเล้วผิวจะรู้สึกไม่เเห้งตึง เเละไม่ต้องล้างน้ำซ้ำก็สะอาดค่ะ


ขวันได้ลองนำเครื่องสำอางชนิดต่างๆมาทาบริเวณหลังมือ เเละทำการหยดเจ้า
L'oreal  Paris Skin Perfection Cleansing Waterลงไปบนสำลีให้ชุ่ม 
เเล้วโปะทิ้งไว้สักพักเเล้วเช็ดไปทางเดียวกัน 1 รอบ ได้ผลลัพธ์ดังนี้

จะเห็นว่าเช็ดพวกรองพื้น บลัชออน อายไลน์เนอร์แบบปากกา ออกได้หมดจด
ที่เหลืออยู่บ้างจะมี ลิปเเมทท์แบบจิ้มจุ่ม อายไลน์เนอร์แบบจิ้มจุ่ม เเละอายไลน์เนอร์สำหรับเขียนขอบตา

เเละเมื่อทำการเช็ดอีกรอบเป็นรอบที่ 3

ทุกอย่างก็สะอาดหมดเกลี้ยงเลยค่ะ นี่เเค่สำลีเเผ่นเดียวน้า เชื่อว่าคงไม่มีใครใช้เเค่แผ่นเดียวเเน่ๆ

ไหนๆก็ไหนๆเเล้ว มาลองบนผิวหน้าจริงๆของขวันกันบ้างดีกว่าค่ะ ว่าจะรู้สึกอย่างไรบ้าง

ละเลงเมคอัพเลอะๆบนหน้าก่อนเลย 55555555 

หยดคลีนซิ่งวอเทอร์ลงบนสำลีให้ชุ่ม (อย่างกเลยนะ 555555) เเล้วเช็ดไปทางเดียวกัน 1 ที 
ผลคือออกหมดเลยค่า เห็นรอยสิวเลย 55555555555 อายเเพพ 


 สำลีชุ่มๆ 1 แผ่นสามารถเช็ดได้ครึ่งหน้าเลยค่ะ อีกครึ่งหนึ่งก็สลับด้านใช้ก็ได้ ถ้าใครไม่อยากเปลือง

เเต่จริงๆเเนะนำให้ใช้เช็ดจนกว่าสำลีจะสะอาดนะคะ :) 


เมื่อเช็ดเสร็จเรียบร้อยเเล้วก็มาลองดูผิวหลังจากที่เช็ดเเล้วกัน
ความรู้สึกคือไม่เเห้งตึง หรือเเสบคันใดๆ ซึ่งปกติบางยี่ห้อขวันใช้เเล้วจะรู้สึกเเสบๆร้อนๆบ้าง

เเละเมื่อเช็ดรอบดวงตา ไม่มีอาการเคืองตา หรือเเสบตาค่ะ

ที่สำคัญที่ชอบบบบมากกกกกกก คือเช็ดลิปสติกบนปากเเล้วเผลอเลียปาก หรือมันเผลอเข้าปาก
ก็ไม่รู้สึกถึงรสชาติขมๆเหมือนยี่ห้ออื่นด้วย

(นี่เราเดินทางมาถึงจุดที่ต้องเทสต์รสชาติคลีนซิ่งวอเทอร์เเล้วหรือ? 555555555555)

สรุปโดยรวมนะคะ 

L'oreal  Paris Skin Perfection Cleansing Water 
ทำได้ดีกว่าที่ขวัน Expect ไว้เยอะมากๆ เพราะคิดว่าจะต้องเเสบเเน่ๆ เเต่ก็ไม่ คิดว่าจะขมปี๋ เเต่ก็ไม่ขม

ชอบบบบบ เเละที่สำคัญคือปริมาณเยอะดี ขวดใช้ง่าย สะดวกดีค่ะ 
10/10 ไม่รู้จะหักอะไร สมราคา หาซื้อง่ายด้วย 

ใครที่อยากลองไปหาซื้อมาลองกันได้เลยนะ ผิวเเพ้ง่ายอย่างขวัน คอมเฟิร์มค่าว่าใช้ดี ;) 


วันนี้ไปก่อนนะคะ สวัสดีค่าทุกคนนน ล้างหน้าให้สะอาดน้า <3