แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ysl แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ysl แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560

YSL all Hours Review + Swatch ทุกสี รองพื้นที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง


สวัสดีค่าาา

วันนี้ตื่นเต้นมาที่จะมารีวิวรองพื้นตัวนี้
เนื่องจากมันเป็นกระแสมากกก ตอนนี้เลย

ซึ่งนานๆที YSL เค้าจะออกรองพื้นตัวใหม่

ซึ่งตัวล่าสุดนี้คือรุ่น

YSL
All Hours Encre De Peau 


มาในขวดแก้ว หรูหราเหมือนเดิม คล้ายๆกับรุ่นเก่าที่ออกไปเมื่อปีก่อน แต่คราวนี้มาพร้อมคำเคลมที่ว่า
ปกปิด คุมมัน ติดทนทั้งวัน 


และความพิเศษของรุ่นนี้คือ มีให้เราเลือกเฉดสีถึง 22 เฉดสี สาวผิวขาวมาก จนถึงเข้มมาก ก็มีให้ใช้แน่นอน

ถ้าเลือกสีได้ถูก รับรองว่าไม่เทา ไม่ลอย ไม่คล้ำแน่ๆ

ซึ่งในรุ่น All Hours นี้ จะแบ่งเฉดสีรองพื้นเป็น 3 เฉด คือ

  • B เป็นอันเดอร์โทน Neutral กลางๆ ไม่เหลือง และไม่ชมพูเกินไป
  • BR อันเดอร์โทนชมพูจ๋าเลย เหมาะกับคนผิวอมชมพู
  • BD อันเดอร์โทนสีเหลือง สำหรับผิวเหลือง

และนี่คือทั้งหมด 22 เฉดสีที่มีขายในไทยนะ อเมซซิ่งมากกก นานๆจะเจอรุ่นรองพื้นที่มีสีให้เลือกเยอะขนาดนี้นะ ยอมใจเลย 

และแน่นอน ขวันไม่พลาดที่จะสวอชมาให้ทุกคนได้ลองเทียบสีแน่ๆค่ะ 
:D
 

จะเห็นว่า BR จะโทนชมพูมาก B จะกลางๆ และ BD จะเหลืองเลย

สำหรับคำแนะนำในการเลือกสีที่เหมาะกับผิวนะคะ

ส่วนตัวขวันว่ารองพื้นรุ่นนี้จะ 'ดรอป' เล็กน้อยเพื่อเซ็ทตัวกับผิวนะคะ เมื่อเซ็ทตัวแล้วสีจะไม่ดรอปเพิ่มค่ะ
แนะนำว่าเวลาไปลองที่เคาน์เตอร์
ให้ลองบริเวณผิวหน้าเลยนะคะ

อย่าลองแค่ที่มือแล้วเลือกสีจากแค่ที่มือ เพราะสีจะไม่ตรงแน่นอนค่ะ

ส่วนตัวตอนแรกขวันก็คิดว่าขวันจะ ใช้โทนสี B ซะอีก
แต่กับรุ่นนี้ขวันใช้ BD ค่ะ


ส่วนตัวขวันมาลงตัวที่ BD20 ค่ะ พอดีผิวเลยตอนมันดรอปเล็กน้อย ส่วนตัวว่ามันไม่ได้เหลืองมากขนาดนั้น ขวันทาแล้วไม่ดูเป็นดีซ่านเหมือนแบรนด์โทนเหลืองอื่นๆ 


มาในกล่องสีเหลืองแบบนี้เลย แพคเกจจิ้งสวยงามเหมือนเดิม แต่น้ำหนักค่อนข้างเยอะนะคะ
ไม่เหมาะกับการพกพาไปเท่าไหร่ แนะนำให้แบ่งใส่คอนเทนเนอร์เล็กๆไปแทน ถ้าจะพก


เราจะมาดูกันในส่วนของการปกปิดนะคะ ขวันลองวาดอายไลน์เนอร์สีดำลงไป
แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าสีดำเป็นสีที่กลบยาก ปกติหน้าเราไม่ได้มีรอยสีดำขนาดนี้อยู่แล้ว

นี่เลย จะเห็นว่า สี BD20 เหลืองกว่าผิวขวันเล็กน้อย และปกปิดได้กลางๆ ค่อนไปทางมากนะคะ
เนื้อเนียนสวย เกลี่ยง่าย แต่ก็ไม่ได้ลื่นมากขนาดนั้น แต่เมื่อเซทตัวแล้วค่อนข้างสบายผิว
และไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ

ถ้าใครถามว่าเมื่อเทียบกับรุ่นเก่าต่างกันยังไง
รุ่นเก่า Fusion Ink Foundation จะมีความเหลวกว่ามาก เมื่อเทียบกับรุ่น All Hours 
และรุ่นใหม่นี้ปกปิดมากกว่าค่ะ และติดทนมากกว่าด้วย


สำหรับเมื่อทาลงผิว จะเห็นว่าปิดรอยแดงได้ดีมาก และเบลอรูขุมขนขวันได้ด้วย 
ทั้งๆที่ขวันเป็นคนที่รูขุมขนค่อนข้างกว้าง แม้สีรองพื้นจะดูเหลืองกว่าผิวขวัน
แต่ก็ไม่ได้ดูผิดธรรมชาติ

ผิวยังมีความเงาวาว แต่ก็ไม่ได้โกลว์ ไม่แมทท์เกิน สบายผิวมาก
 เนื้อนุ่มและยืดหยุ่น ปิดรูขุมขนได้เนียนดี


รูปนี้ถ่ายจากกล้องแบบไม่ได้เบลออะไรเลยนะคะ ไม่ได้ใส่ฟิลเตอร์นะ มันเบลอรูขุมขนได้เนียนมากเลย



เทียบหน้าฝั่งที่ทา กับไม่ทาค่ะ ปกปิดรอยแดงได้ดี น่าจะเพราะเป็นอันเดอร์โทนเหลืองด้วย


ทาทั้งหน้าคือเนียนสวยมากกกก เเม้จะปกปิดรอยสิวดำๆไม่ได้เป๊ะขนาดนั้น แต่ถือว่าดีเลย
ใครมีรอยสิวใหญ่ๆ เข้มๆ อาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์เพิ่มนะคะ

ทีนี้เรามาดูกันเรื่องความคงทนค่ะ
 ขวันเป็นคนหน้ามันมาก เดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่าทาแล้วทั้งวันจะเป็นยังไง
 


นี่คือผิวหน้าขวันหลังทาไปประมาณ 2 ชั่วโมง คือตอนประมาณ 17.00 น. 

จะเห็นว่าความมันบนผิวเริ่มออกมา แต่ไม่ได้เยิ้ม โดยรวมเมคอัพยังอยู่ดี ไม่มีไหล ไม่เยิ้ม ไม่คราบ


รูปนี้ถ่ายตอน 18.24 น. ออกไปกินข้าวริมถนน และยังไม่ได้ซับมันใดๆ ถ่ายจากกล้องมือถือ Iphone 6s 


หลังดูซีรี่ย์จบ นี้ถ่ายตอนประมาณ 22.10 น. ค่ะ หน้าโดยรวมยังเป๊ะมาก มีหลุดที่จมูกเล็กน้อย เพราะขวันเอามือไปโดน และข้างจมูกที่เป็นรอยเเห้งแตกจากเซปเดิร์ม(ปัญหาโรคผิวหนังขวันเอง) 
ข้างจมูกมีรองพื้นละลายพอสมควร เริ่มดูเละๆข้างจมูก แต่บริเวณข้างๆถัดออกไปยังดีอยู่ค่ะ

รอยแดงจากสิวเริ่มโผล่ออกมาให้เห็นลางๆบ้าง จากการที่หลุดออก

แต่ผิวบริเวณหน้าแก้ม หน้าผาก ยังดูเนียนสวยอยู่เหมือนเดิม

สรุปคือ ผ่านนนนนน 
ระยะเวลาทั้งหมด 7 ชั่วโมง ถือว่าโอเคมากๆเลยค่ะ เพราะขวันจะหน้ามันมาก มาได้ขนาดนี้คือดีมาก
แนะนำว่าถ้าทาแป้งฝุ่นจะทนกว่านี้ และคุมมันกว่านี้อีกนะคะ


สรุปเวลาคร่าวๆให้ดูค่ะ


ซูมมมม ให้ดูใกล้ๆ ณ เวลา 22.10 หลังผ่านไป 7 ชั่วโมง ค่ะ
ยังกริ้บอยู่นาาาา 


ทุกคนสามารถซื้อได้แล้วนะคะตั้งแต่วันนี้เลย
วางขายมาตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมแล้วน้า สำหรับขวันว่าราคาแพงเอาเรื่องอยู่
ถ้าใครมีงบ อยากได้รองพื้น High End ขวดสวยๆ คุณภาพดี ติดทนทั้งวัน เบลอรูขุมขนได้ดี 
แนะนำ YSL All Hours ขวดนี้เลยค่ะ

ราคา 2,500 บาท

หาซื้อได้ที่ Counter YSL ได้ตามห้างสรรพสินค้าแล้วนะคะ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


สำหรับบล๊อกนี้ก็ไปก่อนน้าาา บ๊ายบายค่า


วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

YSL Vernis A Levres สีแดงสด ชุ่มชื้น งานปากฉ่ำกำลังมา!


สวัสดีค่าาา
บล๊อกนี้ขวันจะมารีวิวลิปสติกแบรนด์โปรดของขวันเลย
เเละเชื่อว่าเป็นแบรนด์โปรดของอีกหลายๆคน

จริงๆรุ่นนี้มีมาสักพักเเล้ว เเต่เค้าเพิ่งมีสีใหม่มา
ขวันเลยได้ 2 สี จาก 2 รุ่น ที่ขายดีที่สุดมารีวิวให้ทุกคนดูกัน

แบรนด์นี้ก็คือ

YSL 

Vernis A Levres 

 จริงๆแล้วรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 เนื้อด้วยกัน
ก็คือ

Glossy Stain 
Glossy Stain Pop Water
Vinyl Cream


ซึ่งขวันได้มาลอง 2 เนื้อก็คือ

Vinyl Cream Lip Stain (แท่งดำ) และ Glossy Stain (แท่งดำฝาทอง)


โดยทั้ง 2 รุ่นมีความคล้ายกันตรงที่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีมาก ติดทน เเละสีสันสด ชัด พิกเมนต์ดี
โดยเฉพาะรุ่น Vinyl จะมีพิกเมนต์ที่ค่อนข้างแน่นกว่ารุ่น Glossy Stain 


โดยลักษะแท่ง เเละหัวแปรง เหมือนกันเด๊ะเลย ปาดได้ดี เพราะหัวจะเป็น 3 เหลี่ยม
ทำให้ทาปากได้ง่าย เส้นคมพอสมควร 

ขนแปรงก็นุ่มมาก ไม่บาดริมฝีปากเลย


ขนาดแท่งลิปสติกก็กำลังดี ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ไป และสวย 55555555555 


เรามาดูกันเนื้อกันทีละรุ่นกันเลยดีกว่า
เริ่มจากรุ่นนี้ก่อนเลย รุ่นนี้ขวันชอบที่สุดดดดด 

YSL Vernis A Levres 

Vinyl Cream 

#413 BOURGOGNE ALTERNATIF



ลักษณะเเท่งสีดำล้วน อย่างที่ขวันบอกไปตอนต้น 


เนื้อสี 413 นี้จะเป็นแดงโทนเย็นนิดๆ มีความอมฟ้าเล็กน้อย ทาได้ทุกสีผิว เเละทำให้ผิวดูสว่างดีมาก
ฟันขาว หน้าผ่องกันเลยทีเดียว 

รูปนี้เห็นชัดหน่อย ว่าสีแดงมีความโทนเย็น เเละเเน่นอน มันฉ่ำวาวมากกกกก เเต่กลับติดทนอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงเเม้จะมีหลุดติดเเก้วน้ำบ้างอะไรบ้าง เเต่สีนี่ไม่มีหลุดเลย ถ้าเราไม่เผลอกินมันเข้าไปนะ


สีสวยมาก ทำให้หน้าผ่องสุดๆ ขวันเเนะนำว่าควรมีเลย
สำหรับสาวๆที่ลังเลว่าทาสีแดงเเล้วจะดูเเรง ดูเปรี้ยวเกิน เเนะนำให้ลองนะคะ มันทำให้เรามีพลังเว่อร์
รู้สึกมั่นใจ เเละวันนั้นเราจะดูเด่นเป็นพิเศษเลย วันไหนที่ขวันรู้สึกไม่มั่นใจในเมคอัพ จะเน้นทาปากแดงเนี่ยเเหล่ะ 5555555 ดึงดูดสายตาดี


บอกได้คำเดียว สีนี้เบอร์ 413 รุ่นนี้ ควรมี! 

มาที่อีกรุ่นกันเลย 

YSL Vernis A Levres 

Gloosy Stain

#46ROUGE FUSAIN




แยกง่ายๆ ขวันจะเรียกรุ่นนี้ว่ารุ่นฝาทอง 555555555 
เนื้อนางจะมีความใส โปร่งแสงกว่ารุ่น Vinyl หรือจะบอกว่าสีมันไม่ชัดเท่า ก็ไม่เชิงนะ
มันชัดนะทุกคน เเต่แค่มันโปร่งแสงกว่าอ่ะ งงไหม 5555555 มันมีความวาว ใส มากกว่า


อย่ามองสิวขวันเป็นพอ 555555555555555 เห็นมะๆๆ มันใสกว่า เเต่สีก็ชัดเจนนะ
เห็นมาตั้งเเต่ 10 เมตรเลย


แท่งนี้สีดำตัดกับทอง ขวันว่าสวยมากเลย ควรมีเก็บไว้ใช้เเละเก็บไว้โชว์ 5555555555 


แดง #46 นี้จะมีความโทนร้อนมากกว่า เป็นสีแดงจัดจ้านเลย มีความอมส้มนิดๆ


จะเห็นว่าพอมาเทียบกัน เเล้วจะเเยกได้เลยว่า ด้านซ้ายจะเป็น Glossy Stain #46 และด้านขวา สีแดงโทนเย็นเป็น Vinyl Cream #413


ใครชอบสีไหน เนื้อแบบไหน ก็ไปลองเทสต์กันก่อนได้เลยที่เคาน์เตอร์ YSL น้า
ส่วนตัวขวันชอบรุ่นไวนิลค่ะ เเต่กลอสก็มีหลายๆสีที่สวยมากเหมือนกัน


อ้อ! ขวันไม่แพ้นะ ลิปสติกรุ่นนี้ 5555555555 

ใครชอบใสๆหน่อยก็ไป Glossy Stain ใครชอบสีชัดหน่อย เนื้อแน่น ก็เลือก Vinyl Cream 
แต่คอนเฟิร์มว่าสวยทั้งสอง

วันนี้ขวันก็ไปก่อนน้า 

บ๊ายบายค่าา




วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

YSL Cushion Review + Makeup Look แต่งหน้าแบบสาวทันสมัย

สวัสดีค่ะสาวๆทุกคน

บล๊อกนี้จะรวมเอารีวิวเล็กๆ กับ ฮาวทูเข้ามาไว้ด้วยกันนะคะ

สืบเนื่องมาจากไม่นานมานี้ทางแบรนด์ YSL 
ได้เปิดตัวคุชชั่นตัวใหม่ซึ่งมีชื่อว่า

Le Cushion Encre De Peau
หรือ
Fushion Ink Cushion Foundation  


แค่เเพคเกจก็กินขาดเเล้ว มีหรือจะไม่สอยมา
เจ้าตัวนี้เรียกง่ายๆว่าเป็น รองพื้นในรูปแบบตลับ โดยทาง YSL ได้นำรองพื้นตัวเก่าที่ดังมากๆอย่าง
Fushion Ink Foundation มาทำเป็นรูปแบบตลับที่ดูชิค เท่ เเละใช้ได้ง่ายขึ้น

นอกจากจะใช้ได้ง่ายขึ้นเเล้วยังพกพาไปไหนมาไหนด้วยได้ง่าย เล็กกะทัดรัด ทัชอัพระหว่างวันได้
หยิบขึ้นมาตบๆก็สวยเท่เเล้ว ตลับมันกินขาดจริงๆ
 สวยงามมากกกก พัพสีดำดูเท่มาก
เปิดออกมาจะเจอกับรองพื้นที่บรรจุอยู่ในฟองน้ำนิ่มๆ ให้เราใช้พัพ เเตะเบาๆเเล้วนำขึ้นมาทาบนผิว

เเละด้วย SPF 23 PA++ ปกป้องผิวจากเเสงแดด เเละเนื้อสัมผัสบางเบา เเละสามารถตบเพิ่มระดับความปกปิดได้ด้วย 

 
ส่วนตัวขวันผิวขาวเหลือง ใช้เบอร์ 20 จะขาวกว่าผิวไปนิดหน่อย เเต่สักพักจะเซทตัวลงมาดูพอดีค่ะ
 


Ready To Go?


M A K E U P  P A R T 


อุปกรณ์ที่ใช้ค่ะ

  • Le Cushion Encre De Peau | YSL | #20
  • Toffee Eyeshadow Palette | 1028
  • Wet & Wild Primer
  • Highlighter | Hourglass
  • Eyebrow | Wynnme | #Asian 
  • Blush | Catrice
  • Concealer | Clio Cover Kill | #03
  • Marc Jacob Eyeliner
  • Love Switch Eyeliner Pencil 
  • Contour | Canmake
  • Lips | Rouge Pur Couture YSL #01 Le Rouge 
  • Eyelash Glue | Cosluxe
  • Eyelash Curler | Tarte
  • False Eyelash | Kiss | #Daisy 

----------------------------------------------------

มาเริ่มด้วยหน้าสด ที่ลงครีมบำรุง กันแดด เรียบร้อยเเล้วค่ะ 

ลุคนี้จะเน้นงานผิวๆ ไม่หนักหน้า เเต่ดูเปรี้ยว เท่ค่ะ ทาให้ทั่วทั้งหน้า โดยใช้วิธีการเเตะๆ กดๆ ให้ทั่วหน้า
ห้ามลากนะคะ


เปรียบเทียบให้ดู 2 ฝั่ง
ซ้าย ทาเเล้ว            ขวา หน้าสดค่ะ

ลงคอนซีลเลอร์ใต้ตาเล็กน้อย ให้ตาดูไบร์ทขึ้นค่ะ 
เขียนคิ้วด้วยเจลนะคะ ขั้นตอนเเรกคือต้องร่างกรอบให้มันก่อนนะ ชอบแบบไหนร่างแบบนั้น เเละจัดการถมให้เต็มค่ะ เว้นที่หัวคิ้วไว้เล็กน้อย จากนั้นใช้แปรงด้านขวาง ถูเบาๆไปที่หัวคิ้วนะคะ จะทำให้หัวคิ้วดูฟุ้ง เเละไม่เเข็งค่ะ 

คิ้วที่ได้จะประมาณนี้เลย :) 

ต่อมาจะเป็นการคอนทัวร์ สร้างมิติให้ใบหน้านะคะ

ใช้คอนทัวร์สีน้ำตาลอ่อน เลือกให้อย่าเข้มมาก ปัดใต้โหนกแก้ม คาง หน้าผาก หรือส่วนที่เราต้องการให้มันเด่นน้อยลง หรือทำให้ดูเเคบ/เล็กลงค่ะ
เเละใช้ทาบริเวณข้างๆสันจมูกด้วยค่ะ 

เสร็จเเล้วจะได้แบบนี้

ต่อมาให้ใช้ Highlight ทาบริเวณโหนกแก้ม กลางหน้าผาก ดั้ง คาง ค่ะ



จะได้หน้าที่ดูวาวๆ เล่นกับแสงแบบนี้

----------------------------------------------------------------
มาต่อกันที่ดวงตานะคะ


ใช้สีน้ำตาลเข้มทางฝั่งซ้ายสุด ทาให้ทั่วเปลือกตา
เเละใช้น้ำตาลเข้มทางฝั่งล่าวขวา คัดเบ้าตาบริเวณหางตาเล็กน้อย  เเละใช้สีเดียวกันทาบริเวณขอบตาล่าง เข้าไปกึ่งกลางตา 
ใช้ดินสอไลน์เนอร์เขียนขอบตาด้านใน เฉพาะด้านบน 



เเละใช้อายไลน์เนอร์เขียนขอบตาบนค่ะ 



ติดขนตา เป็นอันเสร็จเมคอัพที่ตาค่ะ :) 


ทาปากด้วยเฉดแดงเผื่อความสดใส เเละดูมีจุดเด่นบนใบหน้าค่ะ


สีนี้จะทำให้เราดูเท่ดู เเละดูทันสมัย

เนื่องจากตา และปาก เด่นไปเเล้ว เราไม่ควรทาเเก้มให้เด่นตามไปด้วย เพราะจะดูเยอะเกิน ลงเบาๆพอสวยงามค่ะ :) 


F I N I S H   L O O K

เนื้อคุชชั่นนี้ สามารถปกปิดได้ดี เเละทน ถ้าใครหน้ามันเเนะนำให้คอยซับด้วยแป้งฝุ่นนะคะ
ตัวเนื้อคุชชั่นจะมีความ เเมทท์ เเต่ไม่ทำให้หน้าดูแบน ดูเเข็งทื่อ ยังมีความวาวใสในตัวอยู่ค่ะ


วันนี้ทิ้งท้ายไปแค่นี้ 
เจอกันใหม่บล๊อกหน้านะคะ บะบาย :)